สาธารณสุขอำเภอเก้าเลี้ยว  กำกับ ดูแล ประเมินผล และสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานสาธารณสุขในเขตพื้นที่อำเภอ เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปตามกฎหมาย มีการบริการสุขภาพที่มีคุณภาพและมีการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ

เกี่ยวกับเรา

  แผนงาน การประชุมอบรม สัมมนา กำหนดการเครือข่ายสุขภาพ อำเภอเก้าเลี้ยว

วันเวลา สถานที่ เนื้อหางานและบุคคลอาจมีการเปลี่ยนแปลง สอบถามได้ที่ผู้รับผิดชอบงานของสาธารณสุขอำเภอเก้าเลี้ยว

ลำดับ เรื่องประชุม อบรม วันที่-เวลา สถานที่ ผู้เข้ารับการประชุม/อบรม หมายเหตุ
1. ประชุมประจำเดือน 4 มิย.58 สสอ.เก้าเลี้ยว รพ.สต.ทุกแห่ง -
2. การพัฒนาการทางสติปัญญา (EQ) 7 มิย.58 สสจ.นครสวรรค์ ชิชฎา -
3. บทบาทกรรมการหมู่บ้านด้านสาธารณสุข 8 มิย.58 สสอ.เก้าเลี้ยว กรรมการหมู่บ้านด้านสาธารณสุข -
4. รับการนิเทศ TB จาก สสจ.นว. 9 มิย.58 รพ.เก้าเลี้ยว ชิชฎา -
5. คืนคนดีสู่สังคม(ค่ายผู้เสพ) 21มิย.-29มิย.58 โรงเรียนวิวัฒน์พลเมือง ค่ายจิระประวัติ 90 คน -

   ปฎิทินกำหนดนัดหมาย แผนงาน โครงการ กำหนดการต่างๆ

   สธ. พบผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจตะวันออกกลางรายแรก

กระทรวงสาธารณสุข พบผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจตะวันออกกลางรายแรก ชาวตะวันออกกลาง วันนี้ รับตัวไว้ดูแลในห้องแยกโรคสถาบันบำราศนราดูร พร้อมสอบสวนโรคติดตามผู้สัมผัสโรค 59 คนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ประเทศไทยมีระบบตรวจจับผู้ป่วยได้เร็ว มีระบบการเฝ้าระวัง การรักษาที่มาตรฐานเชื่อมโยงทั้งรัฐ เอกชน ประชาชนอย่าตระหนก ให้รักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวให้งดเดินทางไปต่างประเทศที่มีการระบาด หากมีข้อสงสัยข้อมูลเพิ่มเติม สอบถามได้ที่สายด่วน กรมควบคุมโรค 1422 วันนี้ (18 มิถุนายน 2558) เวลา 18.00 น. ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายแพทย์สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงสาธารณสุข และคณะ แถลงข่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้เฝ้าระวังและดำเนินการคัดกรองผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจตะวันออกกลางตั้งแต่ต้นปี 36 ราย ผลเป็นลบหมด ในวันนี้ได้รับตัวผู้ป่วยยืนยันรายแรก เพศชาย ชาวตะวันออกกลาง อายุประมาณ 70 ปี ไว้รักษาที่สถาบันบำราศนราดูร โดยผู้ป่วยรายนี้เดินทางมาจากประเทศในตะวันออกกลาง วันที่ 15 มิถุนายน 2558 เพื่อมารักษาโรคหัวใจ ที่โรงพยาบาลเอกชนในประเทศไทย เมื่อเดินทางมาถึงแล้วได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชน เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2558 และโรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้ได้ปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขและผู้เชี่ยวชาญ อย่างเข้มงวด โดยประสานงานกับกระทรวงสาธารณสุขล่วงหน้า พร้อมแยกผู้ป่วยและญาติไม่ปะปนกับผู้อื่น มีมาตรการป้องกันควบคุมโรค รวมถึงส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการตามแนวทางที่กำหนด และตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลก จึงได้ส่งต่อมารักษาที่สถาบันบำราศนราดูร เข้ารับการรักษาในห้องแยกโรค และตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันอีกครั้ง จากห้องปฏิบัติการ 2 แห่ง ผลวันที่ 18 มิถุนายน 2558 ได้ผลเป็นบวก ขณะนี้ผู้ป่วยยังรักษาที่สถาบันบำราศนราดูร อาการทรงตัว สำหรับการสอบสวนโรคติดตามผู้สัมผัสโรค 59 คน ขณะนี้ได้ดำเนินการติดตามรับตัวไว้สังเกตอาการใน โรงพยาบาลหรือให้สังเกตอาการที่บ้าน และเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบอาการทุกวัน ทั้งนี้ การดำเนินการเป็นไปตามกฎหมายพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2523 ที่ได้ลงนามประกาศโรคนี้เป็นโรคติดต่ออันตรายและประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว สำหรับประชาชน อย่าได้ตระหนก ผู้ป่วยรายนี้เดินทางมาจากต่างประเทศ และประเทศเราตรวจจับได้เร็ว และระมัดระวังด้วยอยู่แล้ว ดังตัวอย่างประเทศมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ที่พบผู้ป่วยเร็วและควบคุมไม่ให้เกิดการระบาดในวงกว้างได้ ขอให้ประชาชนใช้มาตรการ “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวให้งดเดินทางไปต่างประเทศที่มีการระบาด สำหรับประชาชนทั่วไป หากเดินทางไปยังประเทศที่มีการระบาดขอให้อย่าคลุกคลีกับผู้ป่วย และเมื่อกลับประเทศไทยภายใน 14 วัน หากมีอาการ ไข้ ไอ น้ำมูก เจ็บคอ ให้สวมหน้ากากป้องกันโรค ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที ความร่วมมือของประชาชนจะทำให้ประเทศเราควบคุมโรคนี้ได้ หากมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสอบถามได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

   สธ. กำชับโรงพยาบาลทั่วประเทศ แม่นยำการตรวจวินิจฉัยโรคและป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล

กระทรวงสาธารณสุข กำชับโรงพยาบาลทั่วประเทศ เข้มระบบรองรับโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง ให้แพทย์ บุคลากรอื่นๆ มีความรู้เกี่ยวกับโรค แม่นยำการตรวจวินิจฉัย ป้องกันตนเองให้ปลอดภัย และไม่แพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น ด้วยการรักษาอนามัยส่วนบุคคล ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นความรวดเร็วในระบบตรวจจับโรค ทั้งทางบก อากาศ เรือ ที่มีระบบการป้องกันควบคุมโรค และการรักษาที่ได้มาตรฐานสากล วันนี้ (18 มิถุนายน 2558) นายแพทย์สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมทางไกลผ่านวิดีโอ เกี่ยวกับมาตรการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือเมอร์ส ว่าในวันนี้กำชับให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลทุกแห่งทั่วประเทศ ดำเนินการใน 5 มาตรการดังนี้ 1.การซักประวัติผู้ป่วย ให้เข้มงวดขึ้น หากพบผู้มีไข้ ไอ ที่เดินทางมาจากตะวันออกกลาง เกาหลีใต้ ภายใน 14 วัน ให้ดำเนินการตามแนวทางที่กำหนดไว้ รวมทั้งประสาน คลินิก โรงพยาบาลเอกชน โรงพยาบาลสังกัดอื่นในพื้นที่ ให้เข้มงวดมาตรการนี้ด้วย หากพบผู้ป่วยดังกล่าวให้ส่งโรงพยาบาลในสังกัดที่มีห้องแยกโรคความดันต่ำทันที 2.ให้บุคลากรปฏิบัติงานด้วยความละเอียด รอบคอบ เพื่อป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล 3.ให้ความรู้แนวทางการดูแลผู้ป่วย แพทย์ทุกคนต้องมีความแม่นยำในการตรวจวินิจฉัยโรค บุคลากรต้องมีความรู้เรื่องนี้ ป้องกันตนเองไม่ให้ป่วย และทุกวันเวลาประมาณ 20.00-23.00น. ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขและสาธารณสุขนิเทศก์ จะโทรศัพท์ไปตรวจสอบว่าแพทย์ที่อยู่ประจำห้องฉุกเฉิน มีความรู้ในเรื่องนี้ดีหรือไม่ 4.ให้ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ ในภูมิภาค ทำงาน 24 ชั่วโมง เพื่อให้วินิจฉัยได้รวดเร็วที่สุด 5.การเตรียมเครื่องมือป้องกันตนเองและผู้อื่น หากบุคลากรทางการแพทย์มีอาการป่วยจะต้องใส่หน้ากากป้องกันโรค เพื่อเป็นการป้องกันตนเอง รับผิดชอบต่อตนเองและสังคม “กรณี ที่ จ.ร้อยเอ็ด ผู้ป่วยได้เข้าสู่ระบบเฝ้าระวังโรค ผลตรวจการติดเชื้อไวรัสโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง เป็นลบ โดยผู้ป่วยป่วยเป็นโรคไข้เลือดออก ที่ผ่านมามีผู้ที่เดินทางกลับจากเกาหลีใต้หลายคน เข้าสู่ระบบเฝ้าระวังโรคประมาณ 20 กว่าราย ซึ่งให้ผลเป็นลบทั้งหมด รวมทั้งผู้เดินทางจากตะวันออกกลางก็ดูแลเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนมั่นใจในระบบเฝ้าระวังตรวจจับโรคของไทย เรามีด่าน 67 ด่านทั่วประเทศ ทั้งทางบก เรือ อากาศ และกำชับให้เฝ้าระวังทั้งด่านถาวร ด่านชั่วคราว ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ให้มีความเข้มแข็งในการเฝ้าระวังป้องกันโรค” นายแพทย์สุรเชษฐ์ กล่าว

  สาธารณสุขอำเภอเก้าเลี้ยว

นายปัญญา จินโต
สาธารณสุขอำเภอเก้าเลี้ยว